วันพฤหัสบดีที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2550

Google Earth

นับจากนี้ไปการดูแผนที่จะไม่ใช่เรื่องยุ่งยากอีกแล้ว เพราะปัจจุบันมีเครื่องมีไฮเทคอย่าง Google Earth ที่จะมาช่วยในการค้นหา ซึ่งเป็นรูปแบบของการค้นหาง่ายขึ้น และสามารถค้นหาตำแหน่งต่างๆได้ละเอียดมากขึ้น พร้อมเพิ่มความสะดวกสบายสำหรับผู้ใช้งานให้สามารถค้นหาข้อมูลจากแผนที่ได้ง่ายขึ้น ด้วยวิธีที่ง่ายในการค้นหาจุดหมายปลายทางได้ง่ายและสะดวกขึ้นด้วยการใช้แผนที่ ของ Google Earth ที่ให้มุมมองทั้งกว้าง ยาว ลึก แบบมีมิติ ซึ่งเป็นอีกจุดหนึ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเน็ตทั้งหลายต่างให้ความสนใจ และตอบรับมากขึ้น
แต่ผลพวงที่ตามมา ก็น่าติดตามเช่นกันว่า “Google Earth” จะสามารถเปลี่ยนแปลง ปลุกกระแสของชาวเน็ตได้มากน้อยแค่ไหน และส่งผลกระทบต่อธุรกิจ หรือความเป็นส่วนบุคคลของประชาชน มากน้อยแค่ไหน และจะมีผลดีผลเสียเกิดขึ้นอย่างไร ทั้งนี้ทางกองบรรณาธิการนิตยสาร PC World ได้จัดเสวนาในหัวข้อ “Google Earth มองโลกผ่านดวงตาดาวเทียม” ขึ้น เพื่อเป็นการระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้น หาก “Google Earth” ได้รับความนิยมแพร่หลาย โดยได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้อง แผนที่ และ “Google Earth” มาร่วมในการเสวนาครั้งนี้ ประกอบด้วย
กิตติ เปรมพินิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท จีไอเอส โซลูชั่น จำกัด
ดร.สุรชัย รัตนเสริมพงศ์ ผู้อำนวยการสถาบันพัฒนาองค์ความรู้ด้านอวกาศ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)
ชัยศิลป์ พนาวิรรธน์ TRAFFIC MANAGER บริษัท ที เอส โลจิสติกส์ จำกัด
สมชาย หมื่นนรินทร์ ในฐานะของยูสเซอร์คนหนึ่งที่ได้สัมผัสกับการใช้ Google Earth มาตั้งแต่ต้น
โดยมี พงษ์ระพี เตชพาหพงษ์ บรรณาธิการอำนวยการ นิตยสาร PC World และผู้ก่อตั้งเว็บไซต์ thaigoogleearth.com เป็นผู้ดำเนินการเสวนา
PCW : ภายหลังที่มีการใช้ Google Earth กันอย่างแพร่หลายคิดว่าจะช่วยปลุกกระแสอะไรให้เกิดขึ้นบ้าง
กิตติ : Google Earth คือ ปัจจัยอย่างหนึ่งที่จะผลักดัน และสร้างกระแสให้เกิดการใช้แผนที่ดาวเทียมกันมากขึ้นได้ แต่ถ้าจะนำแผนที่กรุงเทพฯ จาก Google Earth มาทำแผนที่ทั้งหมดคงไม่สามารถทำได้เนื่องจากยังติดปัญหา เรื่องของความเหลื่อมล้ำของเส้นแบ่งของแต่ละแผ่นที่ที่แต่ละหน่วยงานจัดทำขึ้นมา ดังนั้นหากต้องการจัดทำแผนที่ดาวเทียมกันอย่างจริงจัง แล้วนั้น อาจจะต้องมีการซื้อข้อมูลที่มีอยู่ เพื่อมาจัดทำขึ้นเป็นแผนที่ฉบับสมบูรณ์จริงๆ ซึ่งในอดีตการซื้อข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมก็มีการซื้อขายกันอยู่แล้ว เพียงแต่ไม่มีโปรแกรมในการจัดการภาพถ่ายดาวเทียมเหล่านั้น ดังนั้นเมื่อซื้อภาพถ่ายแผนที่ดาวเทียมไปแล้ว ผู้ใช้จะต้องสร้างแอพพลิเคชันขึ้นมาเองเพื่อใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ

ดร.สุรชัย : กระแสของการใช้ Google Earth ช่วยจุดประกายให้เกิดเทคโนโลยีใหม่ๆ เกิดขึ้น อาทิ รีโหมดเซ็นซิ่ง หรือ ภาพถ่ายดาวเทียม ซึ่งในอดีตที่ผ่านมามีการใช้แผนที่ดาวเทียมกันบ้าง แต่ส่วนใหญ่จะใช้เพื่อการค้นหาเส้นทาง และยังเป็นภาพขาวดำ หลังจากนั้นเมื่อมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการผสมผสานเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้าไปส่งผลให้การใช้งานแผนที่ดาวเทียมมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อย่างดาวเทียมรุ่นใหม่ๆ จะมีการติดตัวเรคคอร์ดเดอร์ ไว้ด้วย ก็จะทำให้นอกจากดูเส้นทางแล้วยังสามารถบันทึกเสียงหรือภาพที่เคลื่อนไหวแบบใกล้กับปัจจุบันมากที่สุด
แต่ถึงอย่างไรการเข้ามาของ Google Earth ก็มีส่วนทำให้สาธารณะเกิดความตื่นตัวมากขึ้น ถึงแม้ว่าประเทศไทยจะมีแผนที่ดาวเทียมใช้มานานแล้วก็ตาม

แต่การใช้งานในอดีตถือว่ายังอยู่ในวงจำกัดเฉพาะในหน่วยงานราชการ หรือเอกชนบางแห่ง ซึ่งข้อดีของภาพถ่ายดาวเทียมคือเป็นข้อมูลดิจิตอล และดาวเทียมรุ่นใหม่มี GPS อยู่บนดัวดาวเทียม ดังนั้นเวลาถ่ายภาพมาก็จะบอกค่าพิกัดให้เรียบร้อย ความผิดพลาดก็มีไม่มาก ไม่เหมือนรูปถ่ายทางอากาศที่ใช้เครื่องบิน
ดังนั้นเมื่อ Google ออกมาทำตรงนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จ ซึ่ง Google Earth ถือปรัชญาที่ว่าคนที่ใช้แผนที่ไม่เป็นก็สามารถใช้งานได้ เพราะใช้งานง่าย ตรงนี้ถือเป็นข้อได้เปรียบของ Google Earth และสามารถดูได้ทั่วโลก

นอกจากข้อดีแล้วอาจจะมีข้อเสียบางเช่นกัน เพราะถ้าหากมีของดีแล้วใช้ให้เกิดประโยชน์ก็จะยิ่งดี แต่ถ้านำไปใช้ในทางที่ไม่ถูกก็จะทำให้เกิดผลเสียหายเกิดขึ้นได้ อาทิเช่น ถ้ามองเห็นสระว่ายน้ำ แต่ถ้าใช้ในทางธุรกิจใช้ได้งานคนที่ทำบริษัทน้ำยาทำความสะอาดสระ ก็สามารถตรวจสอบได้ว่าในเขตกรุงเทพฯ มีสระน้ำกี่แห่ง และทำให้ไปหาลูกค้าได้ถูก

ชัยศิลป์ : การใช้แผนที่ดาวเทียมในเชิงธุรกิจนั้นส่วนใหญ่เป็นการใช้ GPS กับ รถ เพื่อจะได้ติดตามรถคันนั้นว่าวิ่งไปบนเส้นทางใด และการเข้ามาของ Google Earth นั้น ทำให้เกิดการใช้งานแผนที่ดาวเทียมเพื่อค้นหาสถานที่ต่างๆ ได้ และจากการที่ใช้งานง่าย ทำให้ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายและรวดเร็ว และเมื่อ Google Earth พัฒนาให้สามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่างๆ ได้ นั้น ก็จะทำให้เกิดการใช้งานเพิ่มมากขึ้นไปอีก จะเห็นได้ว่า Google Earth นั้นยังมีอะไรที่ซ่อนไว้อีกหลายอย่าง เพื่อการพัฒนาต่อยอด อาทิเช่น ในอนาคตอันใกล้อาจจะเริ่มเห็นโฆษณาตามออกมา ถ้า Google Earthมองการให้บริการในรูปแบบนี้เป็นในเชิงพาณิชย์ ก็อาจจะเป็นประโยชน์ในอีกรูปแบบหนึ่ง เพราะอาจจะมีบริการหรือ โซลูชันต่างๆ ออกมาเพิ่มเติมก็เป็นได้

หรือต่อไปอาจไม่ต้องใช้เว็บบราวเซอร์ ในการค้นหาข้อมูล เพราะ Google Erath สามารถผนวกเว็บบราวเซอร์ไว้ในตัวเองได้ด้วย นี่คือสิ่งที่ Google Earth เชื่อมให้การเสิร์ซ แทนที่จะใช้เว็บบราวเซอร์ อย่างเดียวนั้น ต่อไปก็สามารถเปิด Google Earth หาข้อมูล ธุรกิจ ต่างๆ หรือค้นหาทุกอย่างจาก Google ได้ ในอนาคต ใครที่สามารถรวบรวมฐานข้อมูลเกี่ยวกับพิกัด

กิตติ : ในอดีตในเว็บไซต์ เป็น Text แต่ตอนนี้เทรนคือ ต้องการจุดขายเพิ่มเติม คือแผนที่ ต่อไปคนก็เข้าแผ่นที่ เช่นเรื่องการท่องเที่ยวเมื่อก่อนยูสเซอร์อาจจะรู้ว่าโรงแรมนี้อยู่ตรงไหน แต่เขาไม่รู้จักสถานที่ แต่ต่อจากนี้ไปเมื่อค้นถ้าสถานที่ใด ก็จะทำให้รู้ว่าพื้นที่ใกล้เคียงเป็นอย่างไร มีอะไรอยู่บ้าง ตรงนี้ก็จะเป็นประโยชน์มากขึ้น เพราะในการค้นหานั้นแทนที่จะค้นหาข้อมูล แล้วค่อยไปค้นหารูปภาพ พอมี Google Earth ขึ้นมา ก็ทำให้มุมมองของเรากว้างขึ้น และเป็นทางเลือกใหม่สำหรับคนที่จะใช้แผนที่ ดูที่ตั้งก่อน มองจากมุมกว้าง

สมชาย : ในฐานะที่เป็นผู้ใช้งานแผนที่คนหนึ่งมาเป็นเวลานาน ผมชอบเล่นแผนที่ เริ่มเล่นมาตั้งแต่เมื่อปี 2529
ซึ่งในสมัยก่อนการใช้งานจีไอเอส ยังไม่แพร่หลายเหมือนในปัจจุบัน แต่ผมซึ่งมองในมุมของผู้ใช้งาน คิดว่าตรงนี้ผู้ใช้จะได้รับประโยชน์ในการใช้บริการ GoogleEarth จากความจำเป็นของผู้ใช้เอง ยกตัวอย่างเช่น การเดินทางในกรุงเทพฯ จากจุดหนึ่งไปยังจุดหนึ่ง จะง่ายขึ้น บอกรายละเอียดได้มากขึ้น มองสภาพของจริงเห็น สะดวกสำหรับการเดินทางในกรุงเทพฯ

การเข้ามาของ Google Earth สร้างความตื่นตัวให้บางคนที่อ่านแผนที่ไม่เป็น ให้เริ่มมองเห็นว่าแผนที่มีประโยชน์อย่างไร แผนที่ในรูปแบบเดิมมองแบบไม่มีมิติ แต่ Google Earth เป็นแผนที่แบบมีมิติ และยังช่วยกระตุ้นให้คนหันมาใช้คอมพิวเตอร์เพิ่มมากขึ้น และช่วยปลูกฝังให้คนสนใจและเข้าใจแผนที่ ซึ่งมีพัฒนาการอย่างอื่นตามมาด้วย

PCW : ประโยชน์ หรือ โทษ ในการประยุกต์ใช้ Google Earth ในด้านต่างๆ คืออะไร
กิตติ : คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จักเส้นทาง สมัยที่อยู่ต่างประเทศเคยได้ลองเล่น Yahoo Map ผมว่าน่าสนใจ หลังจากนั้นจึงได้พัฒนาแผนที่ขึ้นมาโดยใช้ในระบบ GIS (geographic information system) สำหรับการจัดเก็บเส้นทางรถเมล์ในลักษณะของกราฟิก ทำให้สามารถดูเส้นทางชัดเจนมากขึ้น

สำหรับในเรื่องนี้ในต่างประเทศ ทางหน่วยงานภาครัฐส่งเสริม เงินทุน เทคโนฯ ข้อมูล ต่างๆ แล้วทำแข่งขันกัน สำหรับประเทศไทยยังไม่สามารถทำได้ เพราะยังติดปัญหาเรื่องของข้อมูล เงินทุน ซึ่งหากจะทำในลักษณะของ Google Earth หรือ Yahoo Map ต้องใช้ทีมงานจำนวนมาก ภาครัฐต้องส่งเสริมให้เอกชนหลายรายทำ เพื่อให้เกิดการแข่งขันกัน ก็จะนำแแผนที่ไปใช้ประโยชน์ได้ เรื่องของการจัดเก็บภาษี สามารถระบุได้ว่าจัดเก็บหรือยัง ภาครัฐต้องส่งเสริมให้เอกชนทำงานเป็นทีม

ดังนั้นหากภาครัฐเข้ามาให้การสนับสนุนก็สามารถจัดทำแผนที่ดาวเทียมที่ฉบับสมบูรณ์แบบได้ โดยเฉพาะภาครัฐมีองค์กรที่อยู่ในเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศ ซึ่งจะช่วยเก็บข้อมูลโดยละเอียดได้ ซึ่งหากต้องการจัดทำ GPS (Global Positioning System) ในรูปแบบดิจิตอล จะต้องทำเป็นทีม โดยที่ภาครัฐต้องส่งเสริมให้เอกชนทำงานเป็นทีม และหากจะมองในเง่ของประโยชน์ หรือ โทษ ที่จะเกิดขึ้นแล้วนั้น คิดว่ามี ประโยชน์มากกว่าโทษ

ดร.สุรชัย : คงจะเป็นประโยชน์ ผู้ใช้จะใช้งานจากแผนที่เพราะความจำเป็นในชีวิตประจำวัน ทำให้การเดินทางมีความสะดวกรวดเร็ว และค้นหาสถานที่ได้ง่ายขึ้น ซึ่งแนวโน้มในอนาคตประเทศไทยเรา อาจไม่จำเป็นต้องใช้บ้านเลขที่ในบัตรประชาชน เพียงแค่ระบุบอกค่าพิกัดก็พอ

นอกจากนี้ยังสามารถนำไปใช้ในการเรียนการสอน ก็จะได้รับประโยชน์มากขึ้น เพราะสามารถเป็นการสอนในรูปแบบของอินเตอร์แอคทีฟได้ ขณะเดียวกันในด้านความมั่นคงแล้วนั้น ก็อาจจะต้องพิจารณาด้วยเช่นกัน ว่าข้อมูลส่วนไหนมีความสำคัญมากน้อยแค่ไหน และข้อมูลส่วนไหนที่จะเปิดเผยต่อสาธารณชน

สำหรับการสนับสนุนจากภาครัฐนั้น เป็นสิ่งที่ดีเพราะภาครัฐกำลังคนน้อย เอกชนมีความชำนาญมากกว่า แต่ทำเฉพาะเรื่อง ซึ่งแผนที่ดาวเทียมของเดิมที่มีใช้กันอยู่นั้น ส่วนใหญ่จะเป็นของแต่ละหน่วยงานที่จัดทำขึ้นมาสำหรับใช้งานในองค์กรของตัวเอง ยังไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ควรจะรวมกันทำเพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน

สมชาย : ที่ผ่านมามีหลายหน่วยงานของภาครัฐที่ทำแผนที่ดาวเทียม จึงไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน แต่ในความเป็นจริงแล้วควรจะทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ในประเทศไทยมีการสนับสนุนให้จัดทำเป็นมาตรฐานเดียวกัน แต่การนำไปสู่การปฏิบัติยังมีน้อยอยู่

กิตติ : เราต้องกำหนดมาตรฐานร่วมกัน เราไม่สร้างซอฟต์แวร์จำลองขึ้นมา เป็นแบบอินเตอร์แอคทีฟ รัฐต้องเข้ามาส่งเสริมตรงนี้ เราจะหวังพึ่ง Google Earth ไม่ได้ เราต้องสร้างแอพพลิเคชันในระดับ Google Earth ขึ้นมาใช้
ชัยศิลป์ : สาเหตุหน่วยงาน ในแต่ละหน่วยงาน มีแผนที่เป็นของตัวเอง แต่ในบางพื่นที่ยังมีความเหลื่อม ที่ยังไม่แมท กัน ราชการที่จะทำ ผมอยากให้ใครก็ได้ ทำแผ่นที่ประเทศไทยเหมือนอย่างอเมริกา เขียนถนนในเลเยอร์ของถนน กรุงเทพฯของมีแค่นี้ สอง แต่ละหลัง เป็นไปได้มั้ย กทม ไปรษณีย์ การไฟฟ้าจดเลยที่บ้าน ของพิกัดเหล่านี้มาเป็นสาธารณะ แล้วประโยชน์จะเกิดขึ้นทันที ผมคิดได้แต่ทำไม่ไหว เนื่องจากทีมงานตรงนี้ต้องใช้คนจำนวนมาก ภาครัฐจะช่วยได้คือร่วมสามหน่วยงานนี้แล้วเอาข้อมูลมาแลกกัน ไม่ต้องทำแอพฯ เรื่องแปลงข้อมูลไม่ยาก ถ้าตรงนี้ออกมาได้ เมืองไทยการใช้งาน Google Earth จะกระโดดไปอีกขึ้นหนึ่ง

PCW : มีความคิดเห็นในเรื่องของข้อมูลอย่างไรกันบ้าง
กิตติ : ข้อมูลของประเทศไทยค่อนข้างละเอียด แต่ยังใช้ แอพพลิเคชันของต่างประเทศกันมาก ข้อมูลโอเค
ปัญหา คือ ภาครัฐจะยินยอมให้เป็นข้อมูลสาธารณะ หรือ เอาเฉพาะบางส่วนเป็นสาธารณะ แล้วให้นักศึกษาและนักสร้างนักวิจัย เอาไปสร้างภาพจำลอง หรือ แอพพลิเคชัน ขึ้นมา เชื่อว่าเมื่อถึงตอนนั้นก็น่าจะเป็นประโยชน์ขึ้นมาจากแอพพลิเคชัน เพราะข้อมูลเรามีอยู่แล้ว

ดร.สุรชัย : สทอภ. หรือ สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์กรมาหาชน) ในฐานะที่เป็นหน่วยงานทางด้าน รีโหมดเซนเซอร์ มีแนวคิดที่จะให้หน่วยงานต่างๆ รับผิดชอบในแต่ละเรื่อง ตัวอย่างเช่น กรมแผนที่ทหาร อาจมีหน้าที่ในการจัดทำแผนที่ หรือ ผังเมือง ทำแผนที่ผังเมือง หรือกรมพัฒนาที่ดินทำแผนที่ที่ดิน ซึ่งเรามีข้อมูลพื่นฐานที่จำเป็น นอกจากนี้เรื่อง ขอบเขต ประเทศ อย่างเขตตำบล หรืออำเภอ จะให้มอบหมายให้กรมการปกครองเป็นคนทำ ทำเสร็จนำไปขึ้นไว้บนเว็บ เพื่อให้คนอื่นใช้ เพื่อเป็นมาตรฐานเดียวกัน หากใช้จากข้อมูลเดียวกัน พยามให้ภาครัฐสนับสนุน ให้จัดทำเป็นมาตรฐานเดียวกัน

กิตติ : ข้อเสนอคือ ให้ใช้ข้อมูลของหน่วยงานใดหน่วยงานหนึ่งมาเป็นข้อมูลดิบก่อน แล้วเปิดโอกาสให้คนอื่นสามาถโหลดข้อมูลนั้น ไปสร้างแอพพลิเคชัน สำหรับการทำแผนที่ฉบับสมบูรณ์

ชัยศิลป์ : ผมคิดว่าช่วงแรกให้เอาภาพกว้างมาใช้ ถึงแม้ว่า Google Earth จะทำให้แผนที่ใน 76 จังหวัด แต่ก็มีอยู่ 5 จังหวัดที่ไม่สามารถค้นหาเจอ เพราะยังมีในบางตำแหน่งที่มีบน Google Earth กับตำแหน่งที่ค้นหายังไม่ตรงกัน แต่ถือว่าเป็นเพียงส่วนน้อย ซึ่งตรงนี้หากภาครัฐสนับสนุนให้มีการจัดทำแผนที่ในลักษณะเดียวกันกับGoogle Earth ก็จะทำให้เกิดประโยชน์มาก โดยเฉพาะในเรื่องของการท่องเที่ยวมาก เพราะทำให้ค้นหาสถานที่ท่องเที่ยว และวางแผนการเดินทางได้สะดวกมากขึ้น จะเห็นว่า Google Earth ประสบผลสำเร็จในการผลักดัน ให้ผู้ใช้งานใช้บริการค้นหาแผนที่ผ่านเว็บไซต์ เนื่องการเป็นการให้บริการฟรี และความง่ายของการค้นหาข้อมูลที่ต้องการ จึงได้รับการตอบรับเป็นอย่างมาก ซึ่งบทบาทของ Google Earth ต่อการพัฒนาทางด้านแผนที่ ก็ถือได้ว่ามีความสำคัญในระดับหนึ่ง ทั้งนี้ก็เพราะความที่ใช้งานง่ายของบริการจาก Google Earth นั้น น่าจะเป็นต้นแบบของการพัฒนาแผนที่ดาวเทียมของแต่ละหน่วยงานให้อยู่ภายใต้มาตรฐานเดียวกัน โดยใช้ Google และสามารถเพิ่มเติมฟังก์ชันที่หลากหลายเพื่อรองรับการขยายตัวในอนาคต ที่จะสร้างแอพพลิเคชันขึ้นมาเองเพื่อการใช้งานที่ถูกต้องชัดเจนและเหมาะสม โดยใช้ Google Earth เป็นต้นแบบในการพัฒนาต่อยอดเพื่อประโยชน์สูงสุด

ไม่มีความคิดเห็น: